เปิดในแท็บใหม่

ศัลยกรรมคาง (เสริมคาง)

เสริมคางด้วยซิลิโคนที่ คอนทัวร์ คลินิก ประเทศไทย — กรุงเทพฯ และพัทยา

ปรับรูปหน้าให้สมดุล ในแบบที่เป็นคุณ

การเสริมคางช่วยปรับรูปแนวขากรรไกรให้ชัดเจนและสร้างสมดุลให้กับใบหน้า การปรับองศาของคางเพียงเล็กน้อยจะช่วยให้ภาพรวมของใบหน้าดูเป็นธรรมชาติและได้สัดส่วนมากขึ้น โดยเฉพาะเส้นใบหน้าด้านข้างที่เชื่อมต่อระหว่างริมฝีปาก คาง และลำคอ จะดูเรียบเนียนและรับกันอย่างพอดี

ความตั้งใจของเรา: หัวใจสำคัญคือการสร้างรูปคางที่ดูเป็นธรรมชาติเข้ากับใบหน้า โดยหลีกเลี่ยงผลลัพธ์ที่ดูแหลมผิดปกติหรือดูหลอกตา

แผนดูแลคุณโดยเฉพาะ: เราให้ความสำคัญกับโครงสร้างใบหน้า กระดูก และลักษณะการสบฟันที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล ทุกขั้นตอนจึงถูกออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ

การเสริมคางด้วยซิลิโคนคืออะไร?

การเสริมคางคือ การใช้ซิลิโคนคุณภาพสูงเพื่อปรับโครงสร้างและรูปทรงของคางให้ได้รูปสวยงามยิ่งขึ้น

  • ช่วยให้คางดูสวยได้รูปทั้งมุมหน้าตรงและมุมข้าง
  • ซิลิโคนจะถูกยึดไว้อย่างแน่นหนาในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่หรือเบี้ยวเอียง
  • เทคนิคการเปิดแผลขนาดเล็กช่วยให้รอยแผลสมานตัวได้ดีและดูกลมกลืนไปกับผิวตามธรรมชาติ
  • เป้าหมายหลักคือ การสร้างความสมดุลให้ใบหน้าดูมีสัดส่วนที่พอดี ไม่ใช่เพียงแค่การทำให้คางดูใหญ่ขึ้นเท่านั้น

รูปแบบการวางซิลิโคน

ศัลยแพทย์จะพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมที่สุด โดยประเมินจากโครงสร้างสรีระและปัจจัยด้านความเสี่ยงเฉพาะบุคคล:

จุดเด่นของการเสริมคางที่ คอนทัวร์ คลินิก ประเทศไทย

    • ดูแลโดยศัลยแพทย์ตกแต่งใบหน้าเฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูง

    • ออกแบบรูปทรงคางให้รับกับใบหน้าเฉพาะบุคคล

    • ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ

    • แผลเล็ก ซ่อนรอยแผลเป็น

    • ใช้วัสดุซิลิโคนทางการแพทย์ที่ปลอดภัย

    • ดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การปรึกษาจนถึงหลังการผ่าตัด

  • รีวิวภาพก่อนและหลัง

    การเสริมคางเหมาะกับคุณหรือไม่?

    การเสริมคางด้วยวัสดุทางการแพทย์ มักเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่มีช่วงอายุ 20–45 ปี ที่ต้องการ:

    • ช่วยให้คางดูมีมิติและรับกับใบหน้ามากขึ้น
    • ช่วยให้ใบหน้าด้านข้างดูได้สัดส่วนที่สวยงาม
    • ช่วยให้แนวขากรรไกรดูคมชัดและมีมิติ
    • ** สำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่าช่วงวัยข้างต้น ศัลยแพทย์จะประเมินความยืดหยุ่นของผิวหนังเพิ่มเติม เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการเข้ารับบริการ

    การเสริมคางอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม หากคุณ:

    • มีปัญหาเรื่องการสบฟัน ซึ่งอาจจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขทางทันตกรรมหรือผ่าตัดขากรรไกรก่อน
    • คาดหวังการเปลี่ยนแปลงโครงหน้าทั้งหมด เนื่องจากการเสริมคางเป็นการปรับโครงสร้างบางส่วนเพื่อความสวยงาม ไม่ใช่การเปลี่ยนรูปหน้าใหม่ทั้งหมด
    • มีปัญหาสุขภาพที่ยังควบคุมไม่ได้ เช่น ความดันโลหิตสูง หรือมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่
    • มีการติดเชื้อหรือโรคเหงือก ซึ่งต้องรับการรักษาให้หายดีก่อนเข้ารับการศัลยกรรม
    • ** การปรึกษาโดยละเอียดจะช่วยให้เราสามารถวางแผนการรักษาที่ปลอดภัยและตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด

    การผ่าตัดเสริมคางเป็นขั้นตอนที่ไม่ซับซ้อนและดำเนินการในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้:

    • ศัลยแพทย์จะกำหนดตำแหน่งที่จะวางซิลิโคน และสรุปแผนการรักษาขั้นสุดท้ายร่วมกับคุณอีกครั้ง
    • ขั้นตอนนี้ใช้เพียงการฉีดยาชาเฉพาะจุด เพื่อให้คุณรู้สึกสบายและไม่เจ็บตลอดการผ่าตัด
    • ศัลยแพทย์จะวางและยึดซิลิโคนอย่างประณีต เพื่อปรับรูปคางให้สวยสมบูรณ์แบบและรับกับใบหน้า
    • เมื่อวางซิลิโคนเรียบร้อยแล้ว จะทำการเย็บปิดแผลขนาดเล็กและติดพลาสเตอร์ป้องกันแผลไว้
    • คุณจะได้รับคำแนะนำในการดูแลตัวเองอย่างละเอียด รวมถึงเรื่องการรับประทานอาหารและการรักษาความสะอาดภายในช่องปาก

    โดยส่วนใหญ่ คนไข้สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ทันทีในวันเดียวกัน

    Recovery is a gradual process, and everyone heals at their own pace. Here is a realistic look at the typical healing journey:

    • วันที่ 1–3: You may experience some swelling, tightness, and mild bruising. It is important to focus on resting during this time.
    • วันที่ 4–10: Swelling begins to go down, and any tenderness will start to fade.
    • วันที่ 7–14: Most people can return to work, depending on their activity level and how they feel.
    • สัปดาห์ที่ 3–6: The chin begins to look more natural as the initial swelling settles.
    • 2–3 เดือน: The final, refined shape of your new profile becomes clearly visible.

    To ensure the best results, please avoid any pressure or physical impact on the chin area during the early stages of healing.

    แม้ว่าการผ่าตัดเสริมคางจะมีความปลอดภัยสูงหากมีการวางแผนอย่างถูกต้อง แต่ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนี้:

    • อาการเลือดซึมหรือรอยเขียวช้ำ อาจเกิดขึ้นได้เล็กน้อยบริเวณที่ผ่าตัด
    • มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย โดยจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในกรณีที่เปิดแผลจากภายในช่องปาก
    • ซิลิโคนคางอาจมีการเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมได้
    • คางทั้งสองด้านอาจดูไม่เท่ากันเล็กน้อย
    • อาจมีความรู้สึกชาหรือจี๊ดๆ บริเวณคางและริมฝีปาก ซึ่งมักจะเป็นเพียงชั่วคราว
    • รอยแผลผ่าตัดมักมีขนาดเล็กมากและจะค่อยๆ จางลงตามเวลา
    • ในผู้ที่มีผิวหนังบริเวณคางบางมาก อาจจะคลำพบขอบของซิลิโคนได้
    • ในบางกรณีที่พบได้น้อย ร่างกายอาจใช้เวลาในการสมานแผลรอบวัสดุยากกว่าปกติ

    คลินิกที่มีมาตรฐานจะอธิบายความเสี่ยงอย่างชัดเจน และมีแนวทางที่ชัดเจนในการดูแลหากเกิดปัญหาใดๆ เพื่อความมั่นใจของผู้รับบริการ

    พร้อมปรับรูปหน้าให้ดูดีในแบบที่เป็นคุณหรือยัง?

    ปรึกษาศัลยแพทย์เพื่อออกแบบทรงคางที่รับกับโครงหน้าเดิมอย่างลงตัว ได้ทั้งที่กรุงเทพฯ และพัทยา

    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดเสริมคางในกรุงเทพฯ

    • ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติไหม?

      คำตอบสั้นๆ คือ: ดูเป็นธรรมชาติแน่นอนหากเลือกขนาดที่เหมาะสม เพราะเป้าหมายหลักคือ การสร้างสมดุลให้กับใบหน้า ไม่ใช่ทำให้ดูรู้ว่าไปใส่ซิลิโคนมา

      เพิ่มเติม: การเสริมคางให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาตินั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่การเลือกขนาดและรูปทรงซิลิโคนให้รับกับโครงหน้า โดยเฉพาะความกว้างของกรอบหน้า ความยาวของใบหน้าส่วนล่าง และรูปหน้าด้านข้าง เพื่อเน้นการปรับสมดุลระหว่าง คาง-ริมฝีปาก-จมูก ให้ดูลงตัวที่สุด โดยไม่ทำให้คางดูแหลมพุ่งหรือเห็นเป็นขอบซิลิโคนที่ดูฝืนธรรมชาติ สำหรับการปรึกษาที่คลินิกในกรุงเทพฯ เราจะประเมินใบหน้าอย่างละเอียด ทั้งมุมตรงและมุมข้าง รวมถึงวิเคราะห์ความรับกันของคาง ช่วงลำคอ และแนวกรอบหน้า เพื่อให้ได้สัดส่วนที่พอดีสำหรับคุณ

    • เสริมคางดีกว่าการฉีดฟิลเลอร์ไหม?

      คำตอบสั้นๆ คือ: การเสริมซิลิโคนจะให้ผลลัพธ์อยู่ยาวนานและช่วยปรับโครงสร้างได้ชัดเจนกว่า ส่วนการฉีดฟิลเลอร์จะเป็นแบบชั่วคราว ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่อยากทดลองดูผลลัพธ์ก่อนตัดสินใจ

      เพิ่มเติม: การฉีดฟิลเลอร์เหมาะสำหรับคนที่อยากลองปรับทรงคางเพียงเล็กน้อยหรืออยากทดลองดูรูปหน้าก่อนตัดสินใจ เพราะสามารถแก้ไขหรือสลายออกได้ แต่ผลลัพธ์จะอยู่ได้ไม่นานและต้องคอยกลับมาเติมซ้ำบ่อยๆ ในขณะที่การเสริมคางจะให้โครงสร้างที่ชัดเจนและอยู่ได้ถาวรมากกว่า ซึ่งช่วยลดภาระที่ต้องมาคอยเติมฟิลเลอร์อยู่เรื่อยๆ โดยปกติแล้วคนไข้ในกรุงเทพฯ มักจะเลือกฉีดฟิลเลอร์เพื่อเช็กทรงคางที่ชอบให้มั่นใจก่อน แล้วจึงค่อยตัดสินใจเสริมคางในภายหลังเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและจบในครั้งเดียว

    • จะเห็นแผลเป็นชัดเจนไหม?

      คำตอบสั้นๆ คือ: ส่วนใหญ่จะไม่มีแผลเป็นภายนอก (กรณีผ่าตัดแผลในปาก) แต่หากเป็นการผ่าตัดแผลนอกปากใต้คาง รอยแผลจะมีขนาดเล็กมากและจางลงจนสังเกตเห็นได้ยาก

      เพิ่มเติม: การเสริมคางส่วนใหญ่มักเปิดแผลจากด้านในช่องปากเพื่อซ่อนรอยแผลเป็นไม่ให้เห็นจากภายนอก ซึ่งวิธีนี้คนไข้ต้องดูแลความสะอาดในช่องปากเป็นพิเศษในช่วงที่แผลกำลังสมานตัว แต่หากเป็นการเปิดแผลจากใต้คาง แผลมักจะมีขนาดเล็กมากและถูกซ่อนไว้ตามรอยพับของผิวหนังตามธรรมชาติเพื่อให้รอยจางลงจนสังเกตเห็นได้ยาก ทั้งนี้ผลลัพธ์ของแผลจะออกมาเรียบเนียนแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองหลังทำด้วย การเข้ามาติดตามอาการกับหมออย่างต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้มั่นใจว่าแผลหายดีและสวยงาม

    • เจ็บมากไหม?

      คำตอบสั้นๆ คือ: โดยปกติจะรู้สึกตึงและระบมมากกว่าอาการเจ็บแป๊ปๆ ซึ่งเป็นระดับความเจ็บที่ไม่รุนแรง

      เพิ่มเติม: คนไข้ส่วนใหญ่จะรู้สึกตึงๆ บวมๆ หรือปวดหน่วงคล้ายมีแรงกดมากกว่าที่จะรู้สึกเจ็บรุนแรง ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถดูแลได้ด้วยการทานยาตามแพทย์สั่งและจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับภายในสัปดาห์แรก ทั้งนี้การดูแลตัวเองในช่วงต้นถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทานอาหารที่เหมาะสม (กรณีมีแผลในปาก) การลดอาการบวม และการเลี่ยงกิจกรรมหนักๆ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น

    • อาการบวมจะอยู่นานแค่ไหน?

      คำตอบสั้นๆ คือ: อาการบวมจะเห็นชัดที่สุดในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก หลังจากนั้นจะค่อยๆ ยุบตัวลงและเข้าที่ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

      เพิ่มเติม: ในช่วงแรกคางอาจจะดูบวมเป่งหรือดูหนาๆ ได้ และอาการบวมจะขึ้นๆ ลงๆ ในแต่ละวัน โดยเฉพาะช่วงสองสัปดาห์แรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าที่จนสามารถออกไปใช้ชีวิตข้างนอกหรือพบปะผู้คนได้ตามปกติ แม้ว่าทรงคางจะยังไม่นิ่งสนิทและต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะเห็นรูปทรงที่ชัดเจนจริงๆ การเข้ามาติดตามอาการที่คลินิกในกรุงเทพฯ ตามนัด จึงมีความสำคัญมากเพื่อให้มั่นใจว่าซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและแผลหายเป็นปกติในขณะที่อาการบวมกำลังลดลง

    • พักฟื้นนานไหม / กลับไปทำงานได้เมื่อไหร่?

      คำตอบสั้นๆ คือ: ส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานได้ภายใน 7–14 วัน ขึ้นอยู่กับอาการบวมและลักษณะงานที่ทำ

      เพิ่มเติม: หากคุณทำงานออฟฟิศ โดยทั่วไปประมาณหนึ่งสัปดาห์ก็สามารถเริ่มกลับไปทำงานได้แล้ว แต่สำหรับใครที่ต้องออกไปพบปะผู้คนหรือใช้หน้าตาในการทำงาน อาจต้องรอให้ครบ 10–14 วันเพื่อให้มั่นใจกับรูปทรงคางมากขึ้น ส่วนงานที่ต้องใช้แรงเยอะ ยกของหนัก หรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดการกระทบกระทั่ง แนะนำว่าควรพักฟื้นนานกว่านั้น และสำหรับใครที่เดินทางมาทำศัลยกรรมในกรุงเทพฯ ควรเผื่อเวลาพักต่ออีกสักระยะเพื่อให้คุณหมอตรวจเช็กอาการในช่วงแรกให้เรียบร้อย ก่อนที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติหรือทำกิจกรรมหนักๆ

    • ช่วยแก้ปัญหาคางสองชั้น (เหนียง) ได้ไหม?

      คำตอบสั้นๆ คือ: การเสริมคางช่วยให้กรอบหน้าและลำคอดูชัดขึ้นได้ในบางเคส แต่หากเป็นปัญหาจากไขมันหรือผิวหนังหย่อนคล้อยโดยตรง อาจต้องใช้วิธีอื่นควบคู่กัน

      เพิ่มเติม: สำหรับคนที่มีปัญหาคางสั้นหรือคางถอย มักจะทำให้ลำคอดูหนาหรือดูเหมือนมีเหนียง เพราะรอยต่อระหว่างคางกับลำคอขาดความชัดเจน การเสริมคางจะช่วยปรับรูปหน้าด้านข้างให้ดูคมชัดขึ้น และจัดการปัญหา "คางสองชั้น" ได้ดีในกรณีที่สาเหตุหลักมาจากโครงสร้างกระดูก แต่หากปัญหาเกิดจากไขมันสะสมหรือผิวหนังที่หย่อนคล้อยมากเป็นพิเศษ การรักษาด้วยวิธีอื่นควบคู่กันไป เช่น การดูดไขมันหรือการยกกระชับลำคอ ก็เป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งการปรึกษาแพทย์ที่กรุงเทพฯ ควรมีการให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงจุดที่สุด

    • ซิลิโคนมีโอกาสเคลื่อนที่ไหม?

      คำตอบสั้นๆ คือ: มีโอกาสเกิดขึ้นได้หากไม่มีการยึดที่แน่นพอหรือได้รับแรงกระแทกในช่วงแรกหลังผ่าตัด อย่างไรก็ตาม การใช้เทคนิคยึดซิลิโคนที่เหมาะสมและการดูแลตัวเองตามคำแนะนำจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

      เพิ่มเติม: ซิลิโคนคางมีโอกาสเคลื่อนที่ได้หากช่องที่ใส่หลวมเกินไป หรือบริเวณนั้นโดนกระแทกในช่วงแรก เช่น การนอนกดทับ เล่นกีฬาที่มีการปะทะ หรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด การวางตำแหน่งให้พอดีและยึดซิลิโคนอย่างแม่นยำจึงช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มาก รวมถึงการดูแลตัวเองตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดในช่วงพักฟื้นก็สำคัญไม่แพ้กัน นอกจากนี้ การเข้ามาติดตามผลกับหมอที่คลินิกในกรุงเทพฯ จะช่วยให้ตรวจพบสัญญาณการเคลื่อนตัวได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมา

    • จะส่งผลต่อฟันหรือการสบฟันไหม?

      คำตอบสั้นๆ คือ: ตัวซิลิโคนจะวางอยู่บนกระดูกคาง จึงไม่มีผลต่อการสบฟัน แต่หากมีปัญหาเรื่องโครงสร้างขากรรไกรผิดปกติ ควรได้รับการตรวจประเมินแยกต่างหาก

      เพิ่มเติม: การเสริมคางเป็นการปรับแต่งรูปทรงเฉพาะส่วนคางเท่านั้น ไม่ได้มีผลต่อการสบฟัน หากคุณมีปัญหาฟันเหยิน ฟันล่างคร่อมฟันบน หรือกระดูกขากรรไกรผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด การเสริมคางเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่ทางออกที่ตรงจุดและอาจแก้ปัญหาได้ไม่ครบถ้วน ในการปรึกษาที่กรุงเทพฯ เราจะตรวจเช็กแนวสบฟันและโครงสร้างขากรรไกรอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาให้สอดคล้องกับสรีระและผลลัพธ์ที่คุณต้องการ

    • ความเสี่ยงที่ควรทราบมีอะไรบ้าง?

      คำตอบสั้นๆ คือ: ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้คือ การติดเชื้อ, ซิลิโคนเคลื่อนผิดตำแหน่ง, ความไม่สมมาตรของใบหน้า, อาการชา หรือการที่ร่างกายไม่รับสิ่งแปลกปลอม ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะมีการอธิบายอย่างชัดเจนก่อนเริ่มการผ่าตัด

      เพิ่มเติม: อาการชาชั่วคราวบริเวณริมฝีปากล่างหรือคางอาจเกิดขึ้นได้หลังผ่าตัด ซึ่งส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นเองตามลำดับ แต่อาจมีโอกาสน้อยมากที่ความรู้สึกจะกลับมาไม่ครบถ้วน ส่วนเรื่องการติดเชื้อถือเป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษเนื่องจากซิลิโคนเป็นวัสดุแปลกปลอม ซึ่งการใช้เทคนิคที่ถูกต้องและการดูแลตัวเองตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ลงได้ นอกจากนี้อาจพบปัญหาคางเบี้ยวหรือผิดรูปจนต้องผ่าตัดแก้ไขได้ในบางกรณี ดังนั้นการปรึกษาแพทย์ในกรุงเทพฯ ที่ได้มาตรฐาน ควรมีการอธิบายถึงความเสี่ยง สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง รวมถึงแนวทางการดูแลติดตามผลอย่างชัดเจนเพื่อให้คุณมั่นใจหากเกิดความกังวลใจในภายหลัง

    • ราคาเสริมคางในกรุงเทพฯ ประมาณเท่าไหร่

      คำตอบสั้นๆ คือ: รายละเอียดและรูปแบบการดูแลของแต่ละที่อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุที่เลือกใช้ เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์ รวมถึงโปรแกรมการดูแลหลังทำที่รวมอยู่ในบริการ

      เพิ่มเติม: ราคาการเสริมคางในกรุงเทพฯ จะแตกต่างกันไปตามขนาดและวัสดุที่เลือกใช้ รวมถึงเทคนิคเฉพาะอย่างการใช้วัสดุยึดเกาะ หรือตำแหน่งของแผลว่าจะเป็นแบบแผลในปากหรือแผลใต้คาง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย เช่น การใช้ยาชาเฉพาะที่ สถานที่ผ่าตัด และการดูแลหลังการทำ ดังนั้นเวลาเปรียบเทียบแต่ละคลินิก สิ่งสำคัญคือต้องเช็กให้ชัวร์ว่าราคาที่แจ้งมานั้นครอบคลุมการดูแลทั้งหมดทั้งก่อนและหลังผ่าตัดแล้วหรือยัง

    • หลังเสริมคางที่กรุงเทพฯ นานแค่ไหนถึงจะขึ้นเครื่องบินได้?

      คำตอบสั้นๆ คือ: โดยปกติแล้ว แนะนำว่าไม่ควรขึ้นเครื่องบินทันทีหลังทำเสร็จ แต่ควรพักอยู่ในพื้นที่ก่อนเพื่อรอให้หมอนัดเช็กอาการในช่วงแรก

      เพิ่มเติม: ช่วงสัปดาห์แรกหลังเสริมคางถือเป็นช่วงที่สำคัญมาก เพราะต้องคอยเช็กทั้งอาการบวม ความเสี่ยงในการติดเชื้อ รวมถึงดูว่าซิลิโคนเข้าที่ปกติดีไหม การรีบขึ้นเครื่องบินเร็วเกินไปอาจทำให้แผลบวมมากขึ้น และหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาก็จะกลับมาให้หมอตรวจเช็กได้ลำบาก ส่วนใหญ่หมอจึงแนะนำให้พักอยู่ในกรุงเทพฯ ก่อนเพื่อติดตามอาการในช่วงแรก โดยระยะเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของร่างกายและตำแหน่งของซิลิโคนเป็นหลัก

    • จะเลือกเสริมคางด้วยซิลิโคนหรือผ่าตัดเลื่อนกระดูกคางดี แบบไหนที่เหมาะกับเรามากกว่ากัน?

      คำตอบสั้นๆ คือ: คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณกังวลเรื่องอะไรเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคางถอยคางสั้น ทรงคางที่อยากปรับให้สวยขึ้น หรือปัญหาเรื่องการสบฟันและการจัดเรียงของกราม

      เพิ่มเติม: การเสริมคางด้วยซิลิโคนจะช่วยปรับรูปทรงและเพิ่มความพุ่งให้คางดูมีมิติได้โดยไม่ต้องยุ่งกับกระดูกกราม จึงเหมาะกับคนส่วนใหญ่ที่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องคางสั้นหรือคางถอยเพียงอย่างเดียว ส่วนการผ่าตัดเลื่อนกระดูกคาง จะเป็นการตัดและเลื่อนตำแหน่งกระดูกคางใหม่ ซึ่งมักจะแนะนำในรายที่มีปัญหาโครงสร้างกระดูกหรือการสบฟันผิดปกติร่วมด้วย เมื่อคุณเข้ามาปรึกษาเราที่คลินิกในกรุงเทพฯ เราจะประเมินทั้งสัดส่วนใบหน้า การเรียงตัวของฟัน และความต้องการของคุณ เพื่อดูว่าวิธีไหนปลอดภัยและตอบโจทย์คุณได้ดีที่สุด